อาบูชี

ในปี ๒๐๐๔ อาบูชี(๑๓ ปี) ได้ถูกพบโดยครูเหงา ในสี่แยกไฟแดงหลัก ในแม่สาย อยู่ใน
สภาพตัวเขาป่วยและรู้สึกสับสนมากทีเดียว เพื่อนๆที่เป็นเด็กข้างถนนช่วยปลุกเขาให้ตื่น
พ่อของอาบูชีได้ทิ้งเขาไว้บนถนน หลักจากพ่อบอกกับเขาว่าจะไปไม่นาน และจะกลับมา
รับตัวเขา แต่ว่าเขาก็ไม่เคยกลับมาเลย จนต่อมากระทั่งอาบูชีได้เข้าไปอยู่บ้านนานาแล้ว
ก็ตาม
มันค่อนข้างยากมากทีเดียวในการที่จะสื่อสารกับอาบูชีเพราะว่าเขาไม่สามารถพูดภาษาไทย
ได้และการกระทบกระเทือนทางด้านจิตใจ เขาจะพูดแต่เฉพาะภาษาอาข่าซึ่งเร็วมากจนเด็ก
อาข่าคนอื่นๆก็ยากที่จะเข้าใจเขา จากการสอบถามหลายต่อหลายครั้งเราจึงพบว่า บ้านของ
อาบูชีอยู่แถวไหน ตามที่เขาบรรยายให้ฟังว่า"อยู่ถัดจากทุ่งนาและอยู่ใกล้ๆกับภูเขา"
พ่อแม่แท้ๆของอาบูชียากจนมาก พ่อของเขาติดยา ไม่รู้ว่าจะต้องเลี้ยงดูอาบูชีต่อไปอย่างไร
อาบูชีเขาต่างจากเด็กๆทั่วไปในหมู่บ้านอื่น ที่ไม่เคยได้ไปโรงเรียน ก็เลยทำให้เขามีนิสัย
ก้าวร้าวมากกว่าเด็กอื่นๆ พ่อของอาบูชี เล่าว่าเด็กหมู่บ้านอื่นขู่ว่าจะฆ่าเขาหากเขายังอยู่ที่นี่
แต่ความจริงก็คือตอนนี้อาบูชีอยู่ในที่ๆได้รับการปกป้องกับกลุ่มคนที่คอยห่วงใยเขา ซึ่งตรง
นี้ทำให้พ่อของเขาเบาใจ

อาบูชีอยากที่จะกลับไปหมู่บ้านของเขา เมื่อเขากลับไปพร้อมเด็กส่วนหนึ่งและเจ้าหน้าที่
กลุ่มหนึ่ง เมื่อไปยังหมู่บ้านทุกคนต่างรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก พวกเขานึกว่าอาบูชีได้
เสียชีวิตไปแล้ว งานศพได้ถูกจัดเตรียมขึ้นเรียบร้อยแล้ว สามีภรรยาที่อาบูชีได้อาศัยอยู่ด้วย
ก่อนหน้าทีพ่อและแม่ของเขาไม่อยู่ ซึ่งแม่ของเขาได้หายสาบสูญส่วนพ่อก็ไม่มีใครทราบ

พ่อแม่แท้ๆของอาบูชียากจนมาก พ่อของเขาติดยา ไม่รู้ว่าจะต้องเลี้ยงดูอาบูชีต่อไปอย่างไร
อาบูชีแตกต่างจากเด็กๆในหมู่บ้านอื่น ที่เขาไม่เคยได้ไปโรงเรียนเรียนหนังสือ และทำให้
เขามีนิสัยก้าวร้าวมากกว่าเด็กคนอื่นๆ พ่อของอาบูชีเล่าว่า เด็กหมู่บ้านอื่นขู่ที่จะฆ่าเขาถ้า
หากเขายังอยู่ที่ในหมู่บ้าน แต่ความจริงก็คือตอนนี้อาบูชีได้อยู่ในที่ๆจะปกป้องเขาได้กับผู้
คนที่ห่วงใยเขา ซึ่งตรงนี้ก็ทำให้พ่อของอาบูชีโล่งใจ

อาบูชีตอนนี้เขาดีขึ้นมาก เขามีอาการลมบ้าหมูแต่ว่าเขาได้รับยารักษาแล้ว เขาได้รับการ
ยอมรับที่ดีด้วยความรักจากเด็กๆที่บ้าน นานา สิ่งที่เขาทำได้ดีในการสื่อสาร ๒ ทางก็คือ
การสัมผัสและรอยยิ้ม และเขาเริ่มเรียนภาษาไทย และวิธีที่จะพูดอาข่าให้คนอื่นเข้าใจที่เขา
พูด เขามีเพื่อนสนิทชื่อต้น อายุ ๒ ขวบและก็ยังพูดภาษาไทยไม่ได้เช่นเดียวกัน แต่ทั้งสอง
คนเล่นตระกร้อได้เก่งทีเดียว.

Link: Back to the top